วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ขอเขียนถึงเรื่องภาษีหน่อย จากเด็กน้อยตาดำๆ

เช้าวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 ฝนตกพรำ ๆ บรรยากาศน่านอน ตื่นมาอ่านTwitter แล้วเปิดทีวีดูรายการเชื่อมั่นประเทศไทยบริโภคข่าวสารบ้านเมืองเป็นอาหารเช้าตามปกติ

นายกฯพูดเรื่องภาษีอีกแล้ว ตอนนี้นโยบายขยายฐานภาษีกำลังจะมา (การขยายฐานภาษีไม่ใช่การเก็บภาษีมากขึ้น แต่ขยายผลไปยังส่วนที่ไม่ได้เสีย หรือไม่ยอมเสีย แต่สมควรจะเสีย ความต้องการหลักคือกรมสรรพากรต้องการเงินภาษีมากขึ้น )

ถึงตอนนี้อยากถามทุกท่านว่า ประชาชนคนไทยเข้าใจ หลักการภาษีเงินได้มากน้อยเพียงไร

คนที่เข้าใจเรื่องของการเสียภาษี ก็คือคนที่เสียภาษี แถมเข้าใจเฉพาะในมุมของตัวเอง (อธิบายการเสียภาษีของอาชีพอื่นหรือลักษณะงานอื่นไม่ได้) นอกจากนี้คนที่ไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจเลย ประมาณว่าภาษีคืออะไรยังไงต้องเสียด้วยหรอ (มีบางคนถามว่าไปเสียภาษีด้วยหรอ ทำไมเป็นคนดีจัง ซะงั๊น)

ประชาชนชาวไทยทุกคนที่มีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท จำเป็นต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

คนที่มีรายได้สูงกว่าก็จะต้องเสียภาษีมากกว่า โดยอัตราร้อยละที่ต้องเสียก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


คำถามคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีรายได้เท่าไหร่ หากรายได้นั้นไม่ได้อยู่ในระบบ (คนที่เสียภาษี ต้องอยู่ในระบบเท่านั้นหรือ)

ความเหลื่อมล้ำทางภาษีมีอยู่จริงในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สมมติเราซื้อขนมราคา 15 บาท ภาษี 3 บาท คนซื้อทุกคนก็ต้องเสียภาษีเท่ากันคือ 3 บาท ซึ่งหากคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ต่อรายได้แล้วจะเห็นว่าคนที่มีรายได้น้อยกว่า จะเสียภาษีคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ที่มากกว่าคนที่มีรายได้สูง และเป็นการผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภคจ่ายแทนที่จะเป็นคนขายสินค้านั้นๆ

ส่วนการลดหย่อนภาษีแบบต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าใช้ได้กับผู้มีฐานภาษีสูงโดยเฉพาะ(คนรวยนั่นเอง) หากคิดจะลดหย่อนภาษีโดยการซื้อกองทุน LTF,RMF หรือทำประกันชีวิต ในกรณีที่คิดฐานภาษี 10 % (รายได้ระหว่าง 150,000-500,000)ก็ดูจะเป็นการลดหย่อนที่ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก

ในทางกลับกัน ถ้าฐานภาษีที่คำนวณคือ 20 % (คิดจากฐานรายได้ระหว่าง 500,000 – 1,000,000 บาทต่อปี) ก็จะคุ้มค่ามากกว่า แล้วแบบนี้นโยบายมีไว้ช่วยเหลือใครกันแน่ ?

สิ่งที่รัฐควรทำขอแสดงความคิดเห็น ดังนี้

1. ให้ความรู้เรื่องภาษีกับประชาชน (เชื่อว่าเกิน 95 %ของผู้มีเงินได้ ไม่เข้าใจทั้งหมดหรอก ถึงรู้ก็บางส่วน) ให้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของปริญญาตรีและ ปวส. ปวช. อย่างละเอียดเป็นวิชาเก็บหน่วยกิตไปเลย เพราะเรียนไปก็จุดประสงค์เพื่อทำงานหารายได้อยู่แล้ว

2. เน้นเก็บภาษีที่เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะที่ดินที่ครอบครองและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเสียภาษีด้วย

3.แก้ไขปัญหาการผลักภาระภาษีให้กับผู้อื่น(ซึ่งมีรายได้น้อยกว่าหรือจนกว่า) เช่น ผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

4.และสุดท้าย ช่วยหารายได้เข้ารัฐทางอื่นนอกจากการเก็บภาษีด้วย


สรุปแล้วคนที่จำใจต้องจ่ายภาษีแสนแพงไม่ใช่คนรวย (ที่มีทางหนีรอบด้าน)

ว่าไป ตอนนี้สรรพากรกำลังหิว ขอให้ระวังตัวกันไว้ให้ดีๆ ทุกท่าน